พักนี้ถึงจะปิดแฟนเพจไปแล้ว เพราะปล่อยร้างไม่มีคนดูแล 5555555
 
แต่ก็ยังสิงสู่อยู่ในเฟสบุค คอยเผือกเรื่องชาวบ้านตลอกเวลา อิอิ
 
กลุ่มที่เผือกอยู่บ่อยๆ ก็จะเป็นกลุ่มข่าวประจำจังหวัดที่เราอยู่นี่แหละ
 
แล้วเรื่องที่ฮอทฮิทมากช่วงนี้คือ "ใครพบเห็นน้องหมา....... ติดต่อที่...... เจ้าของเป็นห่วงมาก"
 
แล้วส่วนใหญ่จะเป็นน้องๆ ไซบี้ลิง  เอ้ยยย...  ไซบีเรียน ฮัสกี้
 
(สายพันธุ์อื่นมีบ้างประปราย เป็นน้องไซบี้ลิงไป 50 % ของจำนวนประกาศตามหาหมาทั้งหมด)
 
 
แล้วก็เจอคอมเม้นประมาณว่า "ทำไมไซบีเรียนหายบ่อยมาก เจ้าของเลี้ยงกันยังไง" เยอะมาก
 
แล้วก็ลามรุนแรงไปจนถึง "มะแร่ง สักแต่อยากจะเลี้ยง เลี้ยงแล้วก็ดูแลไม่ดี เลี้ยงทำสัตว์เลื้อยคลานอะไรวะ "
 
พออ่านเจอเม้นแบบนี้แล้วก็เหลือบมองหน้าหมาตัวเอง น้ำตาจะไหล เดือนนี้ยังไม่หลุดซักรอบ 
 
แต่ก่อนเดือนนี้ ไม่ได้นับว่ากี่รอบ
 
ตรูยังไม่กลายเป็นสัตว์เลื้อยคลานเลี้ยงหมาใช่มะ ??????
 
ถึงฟูจะเป็นแค่ลูกครึ่งไซบี้ก็เถอะ แต่นิสัยไฮเปอร์ได้แม่มาพอสมควรเลย
 
 
 
 
 
 
จากใจเลยนะ ในฐานะที่เป็นเลี้ยงหมาคนนึง เจ้าของเขาไม่ได้ปล่อยปะละเลยหรอกค่ะ
 
เชื่อว่าทุกคนมีจังหวะที่ทำหมาหลุดออกจากบ้านแน่นอน ไม่ว่าจะเลี้ยงหมาอะไร
 
โดยเฉพาะไซบีเรียน พวกเขาเป็นนักสำรวจตัวยง ถ้าได้หลุดเขาจะวิ่งอย่างเดียว
 
วิ่งไปเรื่อยๆ จอดแวะข้างทางมุดป่ามุดซอกตึก เลี้ยวเข้าซอยที่เขาไม่เคยสำรวจถึง
 
รู้ตัวอีกทีก็เหมือนเด็กๆที่วิ่งเล่นจนพลัดหลงแหละค่ะ จำทางกลับบ้านไม่ได้ ตื่นกลัว
 
(ถ้วยฟูหลุดทีนึง บ้านเราต้องกระจายกำลังคลอบคลุมหมู่บ้าน แต่หลายครั้งก็ไปเจออยู่อีกหมู่บ้านนึง)
 
 
 
 
 
*** รูปนี้เพิ่งกลับบ้าน กลับเองค่ะ ไปเล่นน้ำเน่าที่ไหมาไม่รู้ เหม็นชึ่งเชียว***
 
 
 
สำหรับคนเลี้ยงหมาแล้ว ไม่มีใครอยากให้มันหายหรอกค่ะ TT^TT เข้าใจพวกเรานิดนึง
 
บางที่วิ่งสวนออกไปตอนเราเปิดประตูรัว บางทีแขกมาบ้านไม่รู้นิสัยหมาเราปิดประตูบ้านไม่สนิท
 
บางทีกระโดดข้ามรั้วหายเอง บางทีเปิดประตูเองเป็นด้วยซ้ำไป
 
แล้วสำหรับคนเลี้ยงหมาทุกท่าน มาตราการเฝ้าระวังเช่นพวก Dog tag (ป้ายชื่อห้อยคอที่มีเบอร์โทรเจ้าของ)
 
ตัวนี้ค่าทำจะถูกหน่อย ตามวัสดุที่ใช้ ข้อเสียก็มีอยู่ที่คนที่เค้าเจอต้องเข้าใกล้หมาได้จริงๆอ่ะค่ะ
 
คนกลัวหมา หรือถ้าหมาเราบาดเจ็บ ดุ ไม่ให้จับตัวนี่จบเลย Dog tag จะไม่ช่วยอะไร
 
เพราะคนอยากช่วยจะไม่สามารถเห็นเบอร์โทรบนปลอกคอได้
 
 
 
หรือเทคโนโลยีสมัยนี้ก็มี ปลอกคอ GPS ติดตามสุนัข แล้วนะคะ (แต่ราคาสูงเอาเรื่อง)
 
เลี้ยงหลายตัวที่เจ้าของกินแกลบเลยทีเดียว แต่ถ้ากำลังทรัพย์ถึงก็คุ้มมากค่ะ
 
ตามเจอได้แบบเป๊ะๆ แน่นอน ไม่ต้องกังวล
 
 
ป้ายติดตามเสาร์ไฟ - ต้นไม้ ก็ระวังเรื่องกฎหมายในท้องที่นั้น ก่อนติดด้วยนะคะ
 
ถ้าป้ายโดนปลดก่อนเราตามหาหมาเจอนี่แย่เลย
 
***รูปนี้เพิ่งตามเจอค่ะ พี่ถ้วยฟูกำลังโดนพ่ออบรม***
 
 
 
 
แต่ถึงยังไง การป้องกันเขาหาย ก็ยังดีกว่าการตามหาใช่มั๊ยคะ
 
การอบรมสั่งสอนก็เป็นเรื่องสำคัญนะคะ การให้เขารู้จักคำสั่ง พื้นฐานเช่น "หยุด"  "กลับมา" ให้ได้
 
ถึงเวลาเล่นบทโหดมันก็จำเป็นต้องเล่นค่ะ ให้เขารู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด
 
สุดท้ายนี้ก็ขอให้เจ้าของหมาดื้อทั้งหลาย สู้ๆนะคะ
สวัสดีจ้าาา

จากเอนทรี่ที่แล้ว ที่ทำน้ำเชื่อมลูกหม่อน

จากนั้นก็ดองมาซะนานเลย

วันกับมาอีกครั้งจากต้นหม่อนที่บ้านต้นเดิม

กับวิธีทำแยมลูกหม่อนจ้าาา



ส่วนผสม

1.ลูกหม่อนสด

2.น้ำตาลทรายขาว

3.น้ำเปล่า

4.แป้งข้าวโพด

ถ้าชอบแยมรสชาติอมเปรี้ยว เพิ่มน้ำมะนาวได้ค่ะ



ย้อนไปเอนทรี่ที่แล้ว ที่บอกว่า ใครชอบน้ำเชื่อมสีเข้มๆ

ให้หั่นลูกหม่อนก่อนต้ม สำหรับแยมลูกหม่อน

อิ๋วต้องการสีเข้มๆ แล้วก็มีเนื้อลูกหม่อนให้เคี้ยวด้วย

ก็จัดจารหั่นลูกหม่อนกันก่อนเลยค่ะ



หลังจากหั่นลูกหม่อนเสร็จแล้ว ก็เอาใส่กระทะกวนค่ะ

ส่วนผสมมีน้ำตาล ลูกหม่อน ปริมาณตามใจชอบ

จากนั้นก็เติมน้ำลงไปแค่พอท่วม ชิมรสชาติ

ถ้าชอบให้อมเปรี้ยวหน่อยก็เติมน้ำมะนาวลงไปด้วยได้ค่ะ


ต้มไปเรื่อยๆจนน้ำสีเข้มๆ และ เนื้อลูกหม่อนเริ่มนิ่มๆ น้ำตาลละลายหมด



เตรียมแป้งข้าวโพด ให้ละลายแป้งข้าวโพด

กับน้ำเย็นทีละนิด ใส่น้ำน้อยๆ อย่าให้แป้งเหลวนะคะ



จากนั้นก็ค่อยๆเติมแป้งที่ละลายไว้ลงไปในน้ำ พร้อมกับคนไปเรื่อยๆ

ค่อยละลายและเติมทีละนิดนะคะ ไม่อย่างนั้นแป้งจะเป็นก้อน

ถ้าไม่เหนียวพอให้ละลายแล้วเติมใหม่จนได้เหนียวอย่างที่ต้องการ

ยกลงจากเตาได้เลยจ้า


เสร็จแล้วตักใส่ขวดทิ้งไว้ให้เย็น

แล้วเอาเข้าตู้เย็น ไว้ทานกับเมนูโปรดได้เลยค่ะ
สวัสดีค่าาาา
 
เอนทรี่นี้กลับมาพร้อมกับลูกหม่อน ที่ออกลูกสุกสวยอยู่หลังบ้าน
 
จนก็บกินกันไม่หวาดไม่ไหว ^^
 
เลยต้องเอามาแปรรูปเก็บไว้บ้าง จะได้ไม่ร่วงทิ้งเสียของจนหมด
 
ก่อนเราจะเข้าสู่ขั้นตอนการทำ ไซรัปลูกหม่อนแสนง่ายนั้น
 
อิ๋วจะพาชาวบล็อกไปเก็บลูกหม่อนกันก่อนค่ะ
 
 
เริ่มกันก่อนที่ต้นงาม ๆ ปลูกในกระถางอยู่หน้าโรงรถ
 
ต้นนี้ตอนซื้อมาคนขายบอกพันธุ์เชียงใหม่
 
จริงป่าวไม่รู้  รู้แต่ต้นนี้หวานมากค่าา แต่ลูกไม่ใหญ่เท่าไร
 
หรือเป็นเพราะอยู่ในกระถางหรือปล่าวน้อ
 
 
เลือกเก็บหม่อนลูกที่ม่วงเข้มแล้วแบบนี้ ไปทำไซรัปค่ะ จะหอมดี
 
อาจจะปนลูกที่เริ่มเป็นสีแดงสดๆแล้ว ด้วยก็ได้ค่ะ
 
เพื่อปริมาณน้ำลูกหม่อนที่จะได้ให้มากขึ้นอีก
 
 
มากันอีกต้น ที่อยู่ในสวนหลังบ้าน อันนี้ดกมากกกกกกก
 
ลูกใหญ่ด้วย ตอนซื้อต้นมา คนขายไม่ได้บอกนะคะว่าพันธ์อะไร
 
แต่ลูกจนบางกิ่งโน้มลงไปจรดพื้นเลยก็มี อาจเป็นเพราะลงดินแล้วด้วยมั้งคะ
 
เกือบลืมบอกไป... ดกมากก็จริง แต่เปรี้ยวค่ะต้นนี้ ม่วงแล้วก็ยังอมเปรี้ยว
 
ออกช้ากว่าต้นในโรงรถหน่อยนึง เพิ่งเริ่มออกแดงค่ะ
 
 
แต่ความจริงแล้วอิ๋วมีสูตรให้หม่อนลูกดกนะคะ
 
เอาไว้ทำคราวหน้า จะถ่ายรูปมาบอกกันในบล็อกนะคะ
 
 
เก็บมาได้แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการทำ
 
เอาหม่อนมาล้างให้สะอาดค่ะ ตัดขั้วเขียวๆออกให้หมดนะคะ
 
 
เตรียมน้ำตาลทรายค่ะ ตามใจชอบเลยค่ะ
 
อยากได้น้ำเชื่อมลูกหม่อนเยอะขนาดไหนก็เตรียมน้ำตาลทรายเท่านั้น
 
 
จากนั้นก็ลงหม้อค่ะ น้ำสะอาด : น้ำตาลทราย 1:1 ค่ะ
 
เคล็ดลับนิดนึง สำหรับใครที่อยากได้น้ำเชื่อมสีเข้มมากๆ
 
ให้เอาลูกหม่อนไปปั่นก่อนต้มค่ะ สีจะเข้มสุดๆเลย แต่อิ๋วจะชอบม่วงใสๆค่ะ
 
 
ต้มไปเรื่อยๆจนน้ำลดลงไปเกือบครึ่งค่ะ ถ้าคนที่ไม่ปั่นหม่อนก่อน
 
แต่รู้สึกว่าสีไม่ออกอย่างสะใจก็ช่วยเอาทัพพีบี้ๆลูกหม่อนได้ค่ะ
 
ยังไงเราก็กรองอยู่แล้ว
 
 
จากนั้นก็กรองน้ำลูกหม่อนด้วยผ้าขาวบางค่ะ
 
กรองตอนร้อนเท่านั้นนะคะ ไม่งั้นจะกรองยาก
 
ตอนกรองไม่ได้ถ่ายรูป เพราะรีบกรอง แล้วก็ทำคนเดียวด้วย
 
จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น ก็จะได้น้ำเชื่อมลูกหม่อน เหนียวๆ
 
เอาไว้ประกอบอาหาร เมนูโปรดของเราแล้วค่าาา
 
 
เมนูโปรดบ้านนี้คือ อิตาเลี่ยนโซดาค่าาา