มันบด >> หิวเฉพาะกิจ

posted on 21 Aug 2013 16:10 by oibeau  in food
ปัดฝุ่นบล็อกซักหน่อย แฮะๆๆ
 
ไม่ได้อัพมานานแล้วนะคะ 
 
ปิดเทอมที่ผ่านมาก็ทำแต่งานพิเศษ เปิดเทอมมาก็งานเยอะมากกกกก
 
การเขียนบล็ฮกนี่ไม่มีอารมณ์ มันทำไม่ได้นะ >>>จริงมั๊ยยยยย
 
วันนี้เราจะมาพาทุกคนทำมันบดแบบหิวเฉพาะกิจกัน ^^
 
ว่าแล้วว ลุยย!!!!!
 
 
 
ทำไมถึงเป็นหิวเฉพาะกิจน่ะหรอ?????
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า>>>>
 
เราหิวมาก และเปิดตู้เย็นไปเจอเจ้าสิ่งนี้
 
 
นมข้นจืดนั่นเอง แล้วก็คิดๆๆๆๆ จะทำอะไรกินดีแว๊....
 
พลันเปิดต่อลงมาช่องผัก ก็เจอเจ้าสิ่งนี้ >>>
 
 
มันฝรั่งจ้าาาา นึกออกแล้ว ทำอะไรดี !! ทำมันบดดีฝ่าาาาาาา
 
ว่าแล้วก็ลงมือกัน
 
******************************************
 
 
 
ขั้นแรกก็ปอกมันฝรั่งแล้วล้างให้สะอาดนะจ๊ะ
 
 
ใส่น้ำให้พอท่วมนิดหน่อย ไม่ต้องท่วมมาก เดียวจะได้ขนของหนีน้ำ เย้ยย!!
 
ไม่ใช่แล้ววว ใส่ให้ท่วมนิดหน่อยพอ เพราะเราต้องต้มจนน้ำแห้ง
 
ถ้าใส่น้ำมากก็ต้องรอนานจนมันแห้งค่ะ แต่ใส่น้อยไปเดี๋ยวบดยาก มันไม่เละ
 
ใส่ท่วมนิดหน่อยพอประมาณ มันสุกง่ายอยู่แล้วแหละ แค่ให้มันเละนิดหน่อยจะได้บดง่ายๆ
 
เติมเกลือนิดหน่อย ระวังเค็มเกินไปนะ ขั้นตอนนี้จัดไฟแรงได้เลยจ้าาาา
 
 
 
ต้มไปเรื่อยๆจนน้ำเดือดแรงขนาดนี้เลย บางทีมันจะมีอีดำๆอะไรไม่รู้
 
ลอยขึ้นมาปนๆกับฟองน้ำที่เดือด เดาว่าเป็นยางของหัวมันฝรั่งมั้ง ก็ตักทิ้งได้ค่ะ
 
 
 
จากนั้นก็เบาไฟลงเป็นไฟกลาง เกือบไฟอ่อนไปเลยก็ยังได้
 
 
ตากนั้นช่วงนี้ก็คนไปเรื่อยๆ ห้ามหยุด เดี๋ยวมันฝรั่งจะไหม้
 
คนๆ แคะๆ แบบเราผัดอะไรซักอย่างนึงค่ะ ซักพักมันก็จะเริ่มแห้ง
 
 
เราจะให้มันแห้งแอบไหม้นิดๆ เพราะมันหอมดีค่ะ
 
แต่ถ้าให้ไม่ชอบกลิ่นไหม้ก็อย่าเอาให้แห้งขนาดนี้ก็ได้
 
ปิดไฟได้เลยค่ะ
 
 
จากนั้นก็เตรียมเครื่องมือบด ของเราเป็นกระชอนตาถี่ แล้วก็ช้อนแข็งแรงซักคันนึง
 
บ้านใครมีที่บดมันก็ใช้บดมันได้นะ แต่ไม่ต้องมาถามเรานะว่าที่บดมันหน้าเป็นยังไง
 
เราไม่รู้ อ่านของคนอื่นมา เลยรู้ว่ามันมี แฮ่ๆๆๆๆๆ //โดนตบ
 
 
บดๆ ยีๆ ไปเรื่อยๆ จะเหนี่ยว บดยากหน่อย ถือว่าสร้างกล้ามเนื้อแล้วกัน
 
ฉันคิดว่า ถ้าฉันมีเครื่องบดมัน มันคงง่ายกว่านี้ มั้ง!!
 
สุดท้ายมันจะเหลือที่บดแล้วไม่ละเอียดก็ตักควักๆไปปนกับพวกที่ละเอียดแล้วนั่นแหละ
 
เคียวโดนอะไรบ้างนิดหน่อยมันก็ได้อารมณ์ได้การณ์กินดีนะคะ
 
แต่ก็พยายามบดให้ละเอียดที่สุดแล้วกัน
 
 
ขั้นตอนเพิ่มความอร่อยอยู่ตรงนี้
 
ใครใคร่เติมสิ่งใดเติมจ้าาา
 
ใครชอบเนยก็ละลายเนยใส่นิดหน่อย
 
ใครชอบกลิ่นครีม ใส่ครีมลงไปค่ะ
 
ใส่กับนมสดก็ได้ค่ะ 
 
แต่เราไม่อะไรเลยในตู้เย็น มีแต่นมข้นจืดก้นกระป๋อง
 
ใส่นมข้นจืดเลยอย่างเดียว ^^ ชอบเหลวขนาดไหนก็จัดเลยยย
 
 
กินได้แล้ววววว ใครมีเกรวี่ก็ราดได้เลยนะ
 
แต่บล็อกนี้หิวเฉพาะกิจจริงๆ ไม่มีอะไรเลย
 
เลยกินแค่นี้ก็อร่อยแล้วววววว ^^
 
วันนี้จบบล็อกนี้ไปก่อนบ๊ายๆ เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่าาาา
 
 
 
 
 
 
 
สวัสดีค่ะ วันนี้อิ๋วจะมารีวิว nail foils สติกเกอร์ติดเล็บนะคะ
 
ซึ่งก็ฮิตกันมานานจนจะเอาท์แล้วมั้งเนี่ย 55555
 
ที่อยากหยิบมาพูดไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ
 
เห็นในเฟสบุคบางเจ้า ขายกัน 150-300 ยี่ห้อนี้เดะ
 
เอาเปรียบผู้บริโภคสุดๆ  อิ๋วซื้อ 25 บาท 5 แผ่น ขาย 100 เดียว
 
//หยุดพิมพ์แปปนึงโดนแม่ค้าหน้าเลือดตบอยู่
 
ว่าแล้วก็พิมพ์ต่อ อิ๋วเป็นคนเล็บเล็กมากค่ะ 
 
แล้วอิ๋วมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าสาวไทยเล็บเล็กมือเล็กเยอะมากๆ
 
เลยมารีวิวกันไปพร้อมฮาวทูการติดสำหรับคนเล็บเล็กเลยเนอะ
 
 
 
 
 
วิธีติดของคนเล็บขนาดปกติก็คือ วัดเล็บกับขนาดของสติกเกอร์
 
อันไหนใกล้เคียงกันที่สุดก็เลือกสติกเกอร์อันนั้น
 
 
แต่ด้วยเรามือเล็ก หาอันเล็กๆเท่าเล็บไม่ได้
 
เอาอันที่เล็กสุดในแพคแล้วกันค่ะ แล้วก็ตัดด้านข้างออกเท่าความกว้้างของเล็บ
 
 
แล้วก็ตัดตรงปลายให้มันมนๆนิดนึงนะคะ
 
 
ก็จะได้แบบนี้
 
 
หลังจากนี้ก็ติดตามแบบคนเล็บขนาดปกติติดกันได้เลย
 
ลอกเอาสติกเกอร์ฟอยล์ออกมาติดที่เล็บ 
 
 
เอาตะไปมาตะไบออก ย้ำ!! ตะไบไปในทิศทางเดียว ห้ามถูกลับไปกลับมา
 
 
เสร็จแล้วได้ตามนี้เลยจ้าาาา
 
 
 
ทำให้ครบทุกเล็บ ถ้ามีพองหน่อย หรืออยากให้ติดทนขึ้น เอาไดร์ร้อนเป่าค่ะ
 
ห้ามทาท็อปโค็ดทับเด็ดขาดไม่งั้น เละ พัง แน่ๆ อย่าเชื่อใคร
 
ว่าทาท็อปโค็ดแล้วติดทน ลองมาแล้วค่ะ เละตุ้มเปะเลย
 
 
เสร็จแล้วจ้าา
 
 
อยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ซักผ้าถูบ้าน สระผม ตามปกติค่ะ
 
ข้อดีคือ
 
ถ้าทาเล็บอยู่ ต้องออกงาน ติดทับสีเล็บเดิมไปได้เลย
 
ติดแล้วไปไหนได้ทันที ไม่ต้องรอแห้ง
 
ลายสวย สีเมทาลิคก็เงาอย่างใจ ให้คุณสมบัติที่ยาทาเล็บให้ไม่ได้
 
 
เป็นไงคะ สาวๆเล็บเล็ก ถูกใจกันบ้างป่าว ^^
 
 
สวัสดีค่ะ 
 
รีวิวต้อนรับเปิดเทอมวันนี้
 
สืบเนื่องมาจากวันหนึ่ง
 
อิ๋วเข้าไปในศูนย์หนังสือจุฬา-มทส.
 
แล้วก็ได้ไปเจอเจ้าตัวนี้
 
อ่านไปอ่านมา แม่เอ๊ยย คุณสมบัติน่าสนใจจริง
 
เลยจัดมาลองใช้ 1 แพค
 
หลังจากลองใช้มาได้ซักพัก
 
วันนี้จะมารีวิวให้ดูกันนะคะ ว่าเจ้า B-Bug อะไรมันดีจริงอย่างเค้าว่าไว้หรือเปล่า
 
ตามปกติแล้วเราจะใช้ห่วงแแบนี้กลัดกระดุมกันใช่มั๊ยคะ
 
วันนี้ลองมาดูแบบใหม่บ้างซิจะเริ่ดขนาดไหน ^^
 
 
หลังกล่องก็มีวิธีใช้ เป็นรูปภาพและ่ข้อดีของเจ้า b-bug ค่ะ
 
ณ จุดนี้ขอไม่อาข้อดีต่างๆที่เค้าบอกมาอ้างถึงแล้วกัน
 
มาดูข้อดีที่เห็นกันจริงๆ เป้งๆเลยดีกว่า
 
 
 
เจ้าตัวกลัดกระดุมที่ว่า ก็มีรูปร่างคล้ายแมลงปีกแข็ง เหมือนชื่อเค้าเลยค่ะ
 
ข้อดี ก็คือ ทำเล็บมาสวยๆ ไม่ต้องไปแหกห่วงเกี่ยวกระดุมให้เล็บพัง
 
 
 
มาดูวิธีใช้กันค่ะ
 
 
 
แทงก้านกระดุมเข้าไปในเสื้อตามปกติ
 
 
หมุนเจ้าปีกของตัวกลัดกระดุมขึ้น แล้วเอาก้านของมันจิ้มลงไป
 
 
กดตัวกลัดกระดุมลงจนสุด
 
 
หมุนปีกของตัวกลัดกระดุมลงเก็บตามเดิม
 
 
ใช้ง่ายๆแบบนี้
 
ข้อดีก็คือ ลดเวลาในการถอดและใส่กระดุมลงไปเยอะเลยค่ะ
 
 
มองดูด้านหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับใช้ห่วงกระดุม เสื้อก็ไม่ย่นค่ะ
 
 
 
แต่เจ้าตัว B-Bug ทำให้มีระยะห่างระหว่างเสื้อกับกระดุมน้อยลงมากๆ
 
เพราะใช้กับห่วงกระดุมมันมีห่างขนาดนี้เลย
 
V
V
 
ข้อดีของช่องว่างที่น้อยลงคือ ช่องโป๊ตรงหน้าอกมันเกิดได้ยากขึ้น
 
แต่ไม่ใช่ไม่เกิดนะ ถ้าเสื้อมันรัดนมมากๆมันก็มีช่องนั้นขึ้นมาอยู่ดี
 
แต่ข้อเสียมันทรมานเดี้ยนมาก ณ จุดนี้
 
คือตอนจะติดกระดุมติดยาก-ิบหายเลย
 
เพราะความห่างระหว่างเสื้อกกับกระดุมมันมีน้อยใช่ป่ะ
 
กว่าจะพยายามดึงมันลงไปในรังดุมได้นี่โคตรยากเลย
 
อยากให้ง่ายก็ต้องไปทะลวงรังดุมให้ใหญ่กว่าเก่า
 
แต่พอคราวหลังทำ B-Bug หายขึ้นมาแล้วแหละก็นะ
 
เราก็ต้องกลับมาใช้ห่วงเหมือนดิม
 
คราวนี้กระดุมก็จะหลวมพอใส่ไปในรังดุม ทำให้ติดแทบกระดุมไม่อยู่เลยTT^TT
 
ข้อเสียของเจ้า B-Bug อีกอย่างก็คือ
 
 
ป้าอยู่มาหลายปีแล้วค่ะ ก้านกระดุมป้ามันใช้งานหนัก มันก็เลยงอๆแบบนี้
 
มันใช้กับB-Bug ไม่ได้ พราะมันใส่ไม่เข้าค่ะ
 
ข้อเสียอีกอย่างที่จะเกิดกับคนขี้เกียจอย่างเดี้ยนคือ
 
เอาB-Bug ใส่เครื่องซักผ้าไม่ได้ มันจะหลุดและไปอุดตันเครื่องซักผ้าแน่ๆ
 
ส่วนห่วงกระดุมไม่ต้องห่วง เวลาอิ๋วขี้เกียจแกะกระดุมอิ๋วก็ใส่เครื่องเลย
 
มันไม่หลุดหายค่ะ (แต่มันไม่ควรเลียนแบบ นี่คือพฤติกรรมของคนขี้เกียจ)
 
สุดท้ายนี้ก็ลองชั่งใจกันเอาเองว่า ควรซื้อใช้มั๊ย ถึงมันไม่แพงก็นะ
 
สำหรับอิ๋วมันก็โอเคที่มันเร็ว เวลาตื่นสาย แล้วไม่ได้เตรียมเสื้อไว้
 
มันก็ช่วยลดเวลาได้มากเลย (แต่ส่วนใหญ่คือใส่เสื้อชอปไปเรียนเลยเร็วที่สุด)
 
พิกัดการซื้อ ศุนย์หนังสือจุฬา ขาย 30 บาท  ซีเอ้ตบุค ขาย 40 บาท
 
สุดท้ายนี้ก็ไม่มีอะไรจะฝากนอกจาก การแต่งกายดี เป็นการให้เกียรติสถาบันที่เราเรียนนะคะ
 
 
 

จากที่ได้อัพโหลดรูปทางแฟนเพจไว้เมื่อวาน

 

ว่าได้ไปเสียตัวที่วัตสันมา 55555

 

โดนไป 184 บาทเพราะงบน้อย

 

ได้แปรงยี่ห้อมารีนอตมา ราคา 53 บาทด้ามนึง เป็นขนแพะ

 

ลดจาก 70 กว่าบาทนี่มั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะคะ

 

แต่แปรงจะยังไม่ขอรีวิวแล้วกันเพราะต้องดูกันระยะยาวว่าดีมั๊ย

 

ถ้าดีก็จะไปโดนเพิ่ม จัดตัวเล็กมาก่อน ^^

 

ส่วนอายแชโดว์ ของ 4U2 นั้นเป็นของที่ใช้อยู่แล้ว

 

พาเลตที่ใช้ประจำคืออันนี้>http://oibeau.exteen.com/20120201/4u2-envy-eye-palette

 

แต่มนใกล้หมด + แมวทำหล่น มันเลยหมดทั้งพาเลตเลย

 

เลยไปโดนมาใหม่ เป็นช่วง 4U2 ลด 10% ทั้งเคาเตอร์

 

เลยได้เจ้า 4u2 dreamgirl reflection quattro eyeshadow

มาครอบครอง เพราะราคาเบาที่สุดในเคาเตอร์ 111 บาท (เลขสวยนะ)

 

+ราคาประมาณนี้เดี้ยนไม่ไว้ใจใครนอกจาก 4U2 จริงๆ

 

มาดูรีวิวกันเลยค่ะ

 

 

 

แพกเกจประมาณนี้ แลดูเป็นอายแชโดว์ของเล่นเด็กมะ 555555

 

แต่พาเลตเก่าของอิ๋วแมวทำหล่นสูงมากนะ ไม่เป็นไรเลย

 

แต่พอดีมันตกขณะที่อิ๋วเปิดฝามันไว้ ตกหน้าว่ำเลยจ้า

 

อายแชโดว์เลยแตกหมดเกลี้ยง แต่ตลับยังอยูดีมีสุขอยู่เลย

 

อันนี้ก็ขอให้แข็งแรงแบบรุ่นนั้นแล้วกันนะ (แต่ไม่กล้าทดสอบด้วยการทำตกหรอก)

 

 

 

ดูแบบแกะออกมาจากแพคแล้วเต็มๆดีกว่า (ขออภัย กล้องมือถือไม่ดี )

 

ดูเต็มๆแล้วดูเหมือนที่แต่งหน้าตุ๊กตาอ่ะ ชมพูแปร๋นเชียว

 

เวถาถือไปแต่งที่ไหนคงเปรี้ยวไม่หยอก กิกิ

 

 

ขนาด ประมาณนี้ สองนิ้วมือได้ค่ะ

 

สีเมื่อมองจากตลับค่ะ

 

สีเบอร์ 04 เป็นโทนสโมกกี้ค่ะ

 

สวอชค่ะ

 

เม็ดสีแน่นตามสไตล์ 4U2 นะคะ ไม่ผิดหวัง เนื้อนุ่มดี

 

ไม่ร่วนเป็นผงเท่าไร มีร่วงนิดหน่อยเวลาทา

 

( ตลับเป็นพันก็ยังมีร่วงเหอะ อย่าว่าเลย )

 

 

 

เป็นอายแชโดว์แนะนำเลยสำหรับคนงบน้อยแต่อยากได้อายแชโดว์สีแน่นๆดีๆกับเค้าบ้าง

 

แนะนำอีกตัวนึงค่ะ ไม่แพงแต่เริ่ดเวอร์จริงๆ

 

 

 

 
สวัสดีค่ะ 
วันนี้อิ๋วจะมาขอเล่าประสบการณ์ตรง
จากเมื่อวันที่ 9 เมย. 56 ที่ผ่านมา
อิ๋วเองได้รับอุปการะน้องแมวจร
จากเพจหาบ้านให้สัตว์เลี้ยงจรจัดไร้บ้านทางเฟสบุคมา2ตัว
วันนี้เลยจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังซักหน่อยว่าเป็นยังไง
 
วันนึงอิ๋วได้รับรูปภาพแท็กมาจากพี่ที่มหาลัย
ซึ่งพี่เค้าเลี้ยงเด็กไว้อยู่ซึ่งเรียกง่ายๆว่า
เป็นบ้านชั่วคราวของเจ้าแมวเหมียวจรจัดทั้งสองตัวนี้
ความจริงแล้วเด็กๆในเซตนี้มี 3 ตัวค่ะ
แต่มีคนรับเลี้ยงน้องไปแล้ว 1ตัว
สุดท้ายเหลืออยู่ 2ตัว ไม่มีบ้านใหม่ติดต่อมาซักที
พี่ที่เป็นบ้านชั่วคราวน้องอยู่ก็อยู่ต่างจังหวัด
ปิดเทอมใหญ่พี่เค้าก็ต้องกลับบ้าน
การเอาน้องๆเดินทางไกลคงลำบากน่าดู
เราเลยอาสา จะเป็นบ้านชั่วคราวหลังที่สองให้กับเด็กๆ
 
 
รูปจากตอนประกาศหาบ้าน
 
เอาไปเอามา เรามานึงถึงนังเหมียวของเรา
ที่เพิ่งเป็นมะเ็ร็งตายไปเมื่อต้นปี
ก็เลยคิดว่า รับเจ้าตัวเมีย เป็นสมาชิกใหม่ของบ้านไปเลย
บ้านเราค่อนข้างถูกจริตกับแมวตัวเมีย
เพราะ นิสัยตัวเมียหากินเก่ง ตัวผู้มักจะขี้เกียจและอยู่ไม่ติดบ้าน
แต่เอาไปเอามา เคลิ้มไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ บอกพี่เค้าไปว่า จัดมาสองเลยพี่
เดี๋ยวเลี้ยงเองหมดนี่แหละ(กลับบ้านมาแม่ตะลึง เอามาทำไมเยอะแยะ)
แต่สุดท้าย แม่เรานั่นแหละ รักพวกมันมากสุดในบ้าน
ตั้งชื้อให้ว่าแก้วกับขวัญ แต่เราว่ามันไม่ค่อยคล้องกับลูกของเราเท่าไร
เลยใส่คำนำหน้าให้เป็นลอยแก้ว กับลอยขวัญ
 
 
ตอนนี้เด็กๆมาอยู่กับเราได้ 14 วัน เราเลยได้เห็นอะไรดีๆ
จากการอุปการะสัตว์พวกนี้ เดี๋ยวจะมาแจกแจงให้ฟังว่ามีดีอะไร
 
 
 
1.เด็กที่อยู่กับบ้านชั่วคราวมาก่อน
ไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไรที่ทำให้ต้องมาอยู่กับบ้านชั่วคราว
อาจถูกทิ้ง หรือเป็นหมาแมวจรอยู่ก่อนหน้าแล้ว
เด็กๆพวกนี้จะค่อนข้างมีระเบียบวินัย
เพราะบ้านชั่วคราวทั้งหลาย เค้าจะมีประสบการณ์การดูแล
และฝึกระเบียบวินัยให้สัตว์พวกนี้มากพอสมควร
เมื่อเด็กๆมาอยู่กับเรา เค้าจะมีนิสัยน่ารักจนแทบหาที่ติไม่ได้
เช่นแมวสองตัวนี้แค่บอกให้รู้เท่านั้น ว่าที่ที่ควรอึควรฉี่อยู่ตรงไหน
เค้าก็จะอึฉี่เป็นที่ไม่ทำให้บ้านเราเหม็น
มีอยู่วันนึงอิ๋วเอากระบะทรายไปตาก เพราะมันเริ่มมีกลิ่น
แ่ก็ลืมเอามาวางคืนให้เด็กๆ เื่ื่ชื่อมั๊ย ไม่อึฉี่รดบ้านเลย
รอจนเราเอากระบะทรายมาเก็บ วิ่งแจ้นกันมาปลดทุกข์อย่างรวดเร็ว
 
 
 
มารยาทดี ให้ผู้หญิงกินก่อน // อดซะ
 
2.ไม่ต้องเสียเงินซื้อหาหมาแมวราคาถูกตามตลาดสัตว์เลี้ยงทั่วไป
พวกนี้อย่างน้อย 50% ป่วยตายตั้งแต่ยังเด็กจะบอกให้
(ไม่เหมารวมพวกมาจากฟาร์มหรือบ้านดีๆเพราะเค้าเลี้ยงมาอย่างดีมากอยู่แล้ว)
แต่เด็กที่อยู่กับบ้านชั่วคราวมาก่อน ถึงจะป่วยเป็นโรคอะไรมา
เค้ารักษาจนหายดีแล้วถึงจะมาส่งมอบให้เราแน่นอน
ไม่ต้องเสี่ยงรับสัตว์เลี้ยงจากร้านสัตว์แออัดสารพัดโรค
มาอยู่ไม่นานก็ได้ แถมไปซื้อพวกมันมาเลี้ยง
ก็เท่าเป็นการสนับสนุนให้พวกนี้เอาสัตว์มาทรมานมากขึ้นไปอีก
รับเลี้ยงเด็กจากบ้านชั่วคราวพวกนี้ดีกว่า
 
 
สไปเดอร์แมว >>> สุขภาพดี >>แข็งแรงสุด
 
3.คุณไม่ต้องเสียเวลาหลายวัน เพื่อให้เด็กๆเข้ากับคุณได้
มันเป็นเรื่องประหลาด สัตว์เลี้ยงที่ได้มาจากการประกาศหาบ้านพวกนี้
มักจะเข้ากับเจ้าของใหม่อย่างง่ายดายมาก
(แต่มันก็อยู่ที่บ้านใหม่เปิดรับพวกเขามากแค่ไหนด้วยนะข้อนี้)
 
 
4.เมื่อพบปัญหา เลี้ยงไม่ไหว บ้านชั่วคราวยินดีรับคืน
คุณไม่ต้องเอาเค้าไปปล่อยซึ่งมันเป็นการทำบาปให้เกิดแก่ตัวคุณเอง
แต่บ้านชั่วคราวยินดีรับเด็กพวกนี้กลับไปคืนแน่ๆ เมื่อพบว่าเด็กพวกนี้
ไม่สามารถอยู่ร่วมกับคุณได้อีกต่อไป เช่น คนในบ้านแพ้ขนสัตว์
หรือคนในบ้านของคุณรัความซนระดับมหากาฬของเด็กเหล่านี้ไม่ไหว
จนต้องไล่เด็กๆพวกนี้ออกจากบ้าน คุณไม่ต้องคิดหนัก
คุณเพียงแค่เอาไปคืนให้บ้านชั่วคราวเดิมที่เด็กๆเคยอยู่
พวกเค้ายินดีอ้าแขนรับเด็กๆที่เค้าเคยเลี้ยงอย่างแน่นอน
 
 
 
 
 
แต่ข้อสุดท้ายจะไม่เกิดขึ้นแน่ ถ้าคุณหาข้อมูลมาอย่างดี
เตรียมพร้อมที่รับเลี้ยงพวกเขาอย่างเต็มใจ
และสอบถามคนในบ้านว่ายินดีมั๊ย
ลองรับมาเลี้ยงซักตัว
แล้วจะพบว่า ถึงพวกเค้าจะไม่ได้เกิดจากสายพันธุ์ชั้นดี
ความน่ารักและความฉลาดก็ไม่ได้น้อยไปกว่าใครเลย
 
สุดท้ายนี้ไม่อะไร  นอกจาก.......................
 
จะชมตัวเองว่า ผู้หญิงอะไร สวยแล้วยังใจดีอีก
 
นางฟ้าชัดๆ  // โดนถีบ