หลังจากที่ทิ้งงานอดิเรกเขียนบล็อกไปนานโข
 
อิ๋วก็ได้พลิกผันตัวเองไปเป็นติวเตอร์
 
ชีวิตตื่นเช้าไปเรียนเป็นปกติ ตกเย็นมาสอนพิเศษ
 
สอนเสร็จถึงบ้านสองสามทุ่ม กินข้าวอาบน้ำ ดูทีวี เล่นเน็ต ไม่ก็เคลียร์การบ้าน แล้วก็นอน
 
เป็นอย่างนี้ทุกวัน จนมาดูตัวเองอีกที  จ๊ากกกกกกกกกกกกก
 
ใส่เสื้อผ้าตัวไหนก็อึดอัดหมด จึงตัดสินใจชั่งน้ำหนักด้วยเครื่องหยอดเหรียญ
 
(ปล่อยตัวจนขนาดไม่สนใจจะชั่งน้ำหนักตัวเอง)
 
ผลปรากฏว่า บ๊ะ!! น้ำหนักพุ่งขึ้นเยอะมากกกกกกก
 
(เนื่องด้วยเตี้ยด้วย ตัวเลขที่เหมือนจะไม่มากก็ทำให้ดูน้ำหนักขึ้นมากๆ
 
ซ้ำร้ายที่เคยพาหมาไปวิ่งทุกวัน ก็กลับกลายเป็น เดินตามหมาไปเรื่อยๆ
 
ขว้างของให้หมาเก็บบ้าง ก็กลายเป็นว่าเจ้าของอยู่เฉยๆ หมาออกกำลัง
 
น้ำหนักที่เพิ่มก็เลยมีแต่น้ำหนักของไขมัน หนักไม่มาก แต่แดรกพื้นที่ใต้ผิวหนังตูไปซะเยอะ)
 
หลังจากนั้นก็เลยมาส่องดูตัวเอง นึกถึงว่าตัวเองใช้ชีวิตอะไรเปลี่ยนไปจากอดีต
 
ก็พบว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วว เดี๊ยนเคยเขียนบล็อกเกี่ยวกับความงาม
 
มีแรงบันดาลใจจากสาวญี่ปุ่นคนนึง ที่เขียนบล็อกเพื่อให้ตัวเองมีแรงกระตุ้นเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น
 
จากนั้นอิ๋วก็เลยเขียนบล็อกบ้าง หลังจากนั้น มันก็ช่วยให้อิ๋วพัฒนาตัวเองให้ดูดีขึ้นได้จริงๆ
 
แต่สุดท้ายแล้ว จากความขี้เกียจ อิ๋วก็ได้ทิ้งมันให้รกร้างว่างเปล่าไปเป็นเฉยๆ วันนี้
 
อิ๋วจะขอให้เพื่อนๆที่อ่าน O.I. beau Blog ช่วยติดตาม ติ ชม บล็อกสลายพุงของอิ๋ว
 
เพื่อให้อิ๋วประสบความสำเร็จในครั้งนี้ด้วยค่าาาาาาาา
 
 
 
 
ลอลายน้ำใหญ่หน่อยนะ  กลัวโดนขโมยรูป กลัวรูปพุงหลุด
 
 
 
จากรูปด้านบน พุงอิ๋วเหมาจะไปเต้นเบลลี่แดนซ์มากฮ่ะ แต่พอดี เต้นไม่เป็นก็เลยไม่อยากเก็บไว้
 
 
มาพูดถึงปัจจุบัน แนวทางการปรับเปลี่ยนชีวิตตัวเอง และเป้าหมายกันเถอะค่ะ
 
 
อิ๋ว สูง 152 cm น้ำหนัก 52.5 Kg รอบเอว (วัดรอบสะดือ) 30 cm สะโพก 35 cm 
 
เป้าหมาย ส่วนสูงคงได้เท่านี้ น้ำหนักไม่ขอจำกัด อยากเน้นเรื่องกล้ามเนื้อด้วย 
 
น้ำหนักมากแต่ดูเฟิร์มก็ไม่เป็นไร (เอาไขมันออกให้หมดก่อนดีมั๊ยหล่อน ก่อนตั้งเป้าหมายเรื่องกล้ามเนื้อ)
 
รอบเอวขอเป้าหมายที่ 25  cm ได้ป่ะ(ถามใคร??) 
 
 
 
ที่ไปสอนพิเศษ มีร้านกาแฟด้านหน้า
 
อิ๋วไม่กินกาแฟ แต่ก็สั่งนมร้อนดื่มทุกวัน แหม่ ก็ฟองนมฟูๆ มันๆ อร่อยๆ 
 
เจ้าของร้านไม่ใส่น้ำตาลมาให้ แต่จะเอาน้ำตาลซองมาให้เราใส่เอง
 
นังนี่จัด 2 ซองทุกวันค่ะ TT^TT แล้วถ้าน้องๆมาช้าหน่อย
 
เค้าจะสั่งเฟรนฟรายกินอีกจานนะจ๊ะ TT^TT บางที สอนไปกินไปกับเด็กด้วยเลย
 
แล้วด้วยความเป็นหอบหืด ช่วงหนาวที่ผ่านมา ขนาดอีสานตอนล่างยังต่ำกว่าสิงองศา
 
หอบหืดกำเริบ บ่อยมาก เลยทำให้เลิกออกกำลังกาย (ก็หอบด้วยโรคประจำตัวก็เหนื่อยอยู่แล้วนี่นะ )
 
ว่างก็นอนบนเตียง ไม่ไปไหน จนพอคิดอยากจะทำอะไรขึ้นมาก็เหนื่อยสุดๆไปเลย
 
 
พออากาศอุ่นขึ้น อาการหอบหืดเริ่มไม่มีแล้ว เราก็เลยกลายเป็นคนกล้ามเนื้อลีบฟีบ
 
จะทำอะไรก็ไม่มีแรง เมื่อยปวดไปหมดเลย จนเมื่อไม่นานมานี้เพือนเก่าอัพรูปในฟิตเนส
 
นางเคยอ้วน และตอนนี้นางก็ยังอ้วนอยู่ (แต่ไม่เท่าเก่า) แต่ดูดีขึ้นมาก หน้าตาสดใสสุดๆ
 
อยากทำบ้าง แต่ก็อ้างได้ตลอดว่าตัวเองไม่มีเวลา จนเมื่อวาน เจอคลิปเจ้Jillianในยูทูป
 
เลยทำตามแหล่ะค๊าาาาาา สรุป ชีวิตไปรอดแค่ห้านาทีแรกในคลิปเท่านั้นแหละจ้า
 
หลังจากนั้นก็เหนื่อยเหมือนจะตาย 
 
แต่ตกกลางคืน จากนอนหลับยาก กลับหลับสบายกว่าเก่าตื่นมามีชีวิตชีวามากกก
 
วันนี้เอาอีก ไปไม่รอดในนาทีที่ 5 เหมือนเดิม T^T เลยหาคลิปแอโรบิกมาเต้นตามอีก
 
 
สรุปคลิปนี้เราตายในนาที่ 11 ค่ะ ทำตามเค้าไม่ได้เลย ปวดไปหมด (แถมยังเด้งอย่างในคลิปไม่เป็น)
 
ณ จุดๆนี้ที่พิมพ์อยู่ ปวดขามากค่ะ 
 
แต่พูดเลยว่าทำมาได้แค่สองวัน รู้สึ่กดีขึ้นมาก รู้สึกร่างกายขยันขึ้นนะ
 
แต่เราจะไม่ยอมแพ้นะ ^^ เราจะสู้จนทำตามในคลิปได้จนจบ <3
 
 
สำหรับคนที่จะลดน้ำหนัก ลองเขียนไดอารี่ของเรามาแบ่งกันดูดีมั๊ยคะ <3
 
มีใครจะสู้ไปกับอิ๋วบ้างนะ
 

มันบด >> หิวเฉพาะกิจ

posted on 21 Aug 2013 16:10 by oibeau  in food
ปัดฝุ่นบล็อกซักหน่อย แฮะๆๆ
 
ไม่ได้อัพมานานแล้วนะคะ 
 
ปิดเทอมที่ผ่านมาก็ทำแต่งานพิเศษ เปิดเทอมมาก็งานเยอะมากกกกก
 
การเขียนบล็ฮกนี่ไม่มีอารมณ์ มันทำไม่ได้นะ >>>จริงมั๊ยยยยย
 
วันนี้เราจะมาพาทุกคนทำมันบดแบบหิวเฉพาะกิจกัน ^^
 
ว่าแล้วว ลุยย!!!!!
 
 
 
ทำไมถึงเป็นหิวเฉพาะกิจน่ะหรอ?????
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า>>>>
 
เราหิวมาก และเปิดตู้เย็นไปเจอเจ้าสิ่งนี้
 
 
นมข้นจืดนั่นเอง แล้วก็คิดๆๆๆๆ จะทำอะไรกินดีแว๊....
 
พลันเปิดต่อลงมาช่องผัก ก็เจอเจ้าสิ่งนี้ >>>
 
 
มันฝรั่งจ้าาาา นึกออกแล้ว ทำอะไรดี !! ทำมันบดดีฝ่าาาาาาา
 
ว่าแล้วก็ลงมือกัน
 
******************************************
 
 
 
ขั้นแรกก็ปอกมันฝรั่งแล้วล้างให้สะอาดนะจ๊ะ
 
 
ใส่น้ำให้พอท่วมนิดหน่อย ไม่ต้องท่วมมาก เดียวจะได้ขนของหนีน้ำ เย้ยย!!
 
ไม่ใช่แล้ววว ใส่ให้ท่วมนิดหน่อยพอ เพราะเราต้องต้มจนน้ำแห้ง
 
ถ้าใส่น้ำมากก็ต้องรอนานจนมันแห้งค่ะ แต่ใส่น้อยไปเดี๋ยวบดยาก มันไม่เละ
 
ใส่ท่วมนิดหน่อยพอประมาณ มันสุกง่ายอยู่แล้วแหละ แค่ให้มันเละนิดหน่อยจะได้บดง่ายๆ
 
เติมเกลือนิดหน่อย ระวังเค็มเกินไปนะ ขั้นตอนนี้จัดไฟแรงได้เลยจ้าาาา
 
 
 
ต้มไปเรื่อยๆจนน้ำเดือดแรงขนาดนี้เลย บางทีมันจะมีอีดำๆอะไรไม่รู้
 
ลอยขึ้นมาปนๆกับฟองน้ำที่เดือด เดาว่าเป็นยางของหัวมันฝรั่งมั้ง ก็ตักทิ้งได้ค่ะ
 
 
 
จากนั้นก็เบาไฟลงเป็นไฟกลาง เกือบไฟอ่อนไปเลยก็ยังได้
 
 
ตากนั้นช่วงนี้ก็คนไปเรื่อยๆ ห้ามหยุด เดี๋ยวมันฝรั่งจะไหม้
 
คนๆ แคะๆ แบบเราผัดอะไรซักอย่างนึงค่ะ ซักพักมันก็จะเริ่มแห้ง
 
 
เราจะให้มันแห้งแอบไหม้นิดๆ เพราะมันหอมดีค่ะ
 
แต่ถ้าให้ไม่ชอบกลิ่นไหม้ก็อย่าเอาให้แห้งขนาดนี้ก็ได้
 
ปิดไฟได้เลยค่ะ
 
 
จากนั้นก็เตรียมเครื่องมือบด ของเราเป็นกระชอนตาถี่ แล้วก็ช้อนแข็งแรงซักคันนึง
 
บ้านใครมีที่บดมันก็ใช้บดมันได้นะ แต่ไม่ต้องมาถามเรานะว่าที่บดมันหน้าเป็นยังไง
 
เราไม่รู้ อ่านของคนอื่นมา เลยรู้ว่ามันมี แฮ่ๆๆๆๆๆ //โดนตบ
 
 
บดๆ ยีๆ ไปเรื่อยๆ จะเหนี่ยว บดยากหน่อย ถือว่าสร้างกล้ามเนื้อแล้วกัน
 
ฉันคิดว่า ถ้าฉันมีเครื่องบดมัน มันคงง่ายกว่านี้ มั้ง!!
 
สุดท้ายมันจะเหลือที่บดแล้วไม่ละเอียดก็ตักควักๆไปปนกับพวกที่ละเอียดแล้วนั่นแหละ
 
เคียวโดนอะไรบ้างนิดหน่อยมันก็ได้อารมณ์ได้การณ์กินดีนะคะ
 
แต่ก็พยายามบดให้ละเอียดที่สุดแล้วกัน
 
 
ขั้นตอนเพิ่มความอร่อยอยู่ตรงนี้
 
ใครใคร่เติมสิ่งใดเติมจ้าาา
 
ใครชอบเนยก็ละลายเนยใส่นิดหน่อย
 
ใครชอบกลิ่นครีม ใส่ครีมลงไปค่ะ
 
ใส่กับนมสดก็ได้ค่ะ 
 
แต่เราไม่อะไรเลยในตู้เย็น มีแต่นมข้นจืดก้นกระป๋อง
 
ใส่นมข้นจืดเลยอย่างเดียว ^^ ชอบเหลวขนาดไหนก็จัดเลยยย
 
 
กินได้แล้ววววว ใครมีเกรวี่ก็ราดได้เลยนะ
 
แต่บล็อกนี้หิวเฉพาะกิจจริงๆ ไม่มีอะไรเลย
 
เลยกินแค่นี้ก็อร่อยแล้วววววว ^^
 
วันนี้จบบล็อกนี้ไปก่อนบ๊ายๆ เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่าาาา
 
 
 
 
 
 
 
สวัสดีค่ะ วันนี้อิ๋วจะมารีวิว nail foils สติกเกอร์ติดเล็บนะคะ
 
ซึ่งก็ฮิตกันมานานจนจะเอาท์แล้วมั้งเนี่ย 55555
 
ที่อยากหยิบมาพูดไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ
 
เห็นในเฟสบุคบางเจ้า ขายกัน 150-300 ยี่ห้อนี้เดะ
 
เอาเปรียบผู้บริโภคสุดๆ  อิ๋วซื้อ 25 บาท 5 แผ่น ขาย 100 เดียว
 
//หยุดพิมพ์แปปนึงโดนแม่ค้าหน้าเลือดตบอยู่
 
ว่าแล้วก็พิมพ์ต่อ อิ๋วเป็นคนเล็บเล็กมากค่ะ 
 
แล้วอิ๋วมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าสาวไทยเล็บเล็กมือเล็กเยอะมากๆ
 
เลยมารีวิวกันไปพร้อมฮาวทูการติดสำหรับคนเล็บเล็กเลยเนอะ
 
 
 
 
 
วิธีติดของคนเล็บขนาดปกติก็คือ วัดเล็บกับขนาดของสติกเกอร์
 
อันไหนใกล้เคียงกันที่สุดก็เลือกสติกเกอร์อันนั้น
 
 
แต่ด้วยเรามือเล็ก หาอันเล็กๆเท่าเล็บไม่ได้
 
เอาอันที่เล็กสุดในแพคแล้วกันค่ะ แล้วก็ตัดด้านข้างออกเท่าความกว้้างของเล็บ
 
 
แล้วก็ตัดตรงปลายให้มันมนๆนิดนึงนะคะ
 
 
ก็จะได้แบบนี้
 
 
หลังจากนี้ก็ติดตามแบบคนเล็บขนาดปกติติดกันได้เลย
 
ลอกเอาสติกเกอร์ฟอยล์ออกมาติดที่เล็บ 
 
 
เอาตะไปมาตะไบออก ย้ำ!! ตะไบไปในทิศทางเดียว ห้ามถูกลับไปกลับมา
 
 
เสร็จแล้วได้ตามนี้เลยจ้าาาา
 
 
 
ทำให้ครบทุกเล็บ ถ้ามีพองหน่อย หรืออยากให้ติดทนขึ้น เอาไดร์ร้อนเป่าค่ะ
 
ห้ามทาท็อปโค็ดทับเด็ดขาดไม่งั้น เละ พัง แน่ๆ อย่าเชื่อใคร
 
ว่าทาท็อปโค็ดแล้วติดทน ลองมาแล้วค่ะ เละตุ้มเปะเลย
 
 
เสร็จแล้วจ้าา
 
 
อยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ซักผ้าถูบ้าน สระผม ตามปกติค่ะ
 
ข้อดีคือ
 
ถ้าทาเล็บอยู่ ต้องออกงาน ติดทับสีเล็บเดิมไปได้เลย
 
ติดแล้วไปไหนได้ทันที ไม่ต้องรอแห้ง
 
ลายสวย สีเมทาลิคก็เงาอย่างใจ ให้คุณสมบัติที่ยาทาเล็บให้ไม่ได้
 
 
เป็นไงคะ สาวๆเล็บเล็ก ถูกใจกันบ้างป่าว ^^
 
 
สวัสดีค่ะ 
 
รีวิวต้อนรับเปิดเทอมวันนี้
 
สืบเนื่องมาจากวันหนึ่ง
 
อิ๋วเข้าไปในศูนย์หนังสือจุฬา-มทส.
 
แล้วก็ได้ไปเจอเจ้าตัวนี้
 
อ่านไปอ่านมา แม่เอ๊ยย คุณสมบัติน่าสนใจจริง
 
เลยจัดมาลองใช้ 1 แพค
 
หลังจากลองใช้มาได้ซักพัก
 
วันนี้จะมารีวิวให้ดูกันนะคะ ว่าเจ้า B-Bug อะไรมันดีจริงอย่างเค้าว่าไว้หรือเปล่า
 
ตามปกติแล้วเราจะใช้ห่วงแแบนี้กลัดกระดุมกันใช่มั๊ยคะ
 
วันนี้ลองมาดูแบบใหม่บ้างซิจะเริ่ดขนาดไหน ^^
 
 
หลังกล่องก็มีวิธีใช้ เป็นรูปภาพและ่ข้อดีของเจ้า b-bug ค่ะ
 
ณ จุดนี้ขอไม่อาข้อดีต่างๆที่เค้าบอกมาอ้างถึงแล้วกัน
 
มาดูข้อดีที่เห็นกันจริงๆ เป้งๆเลยดีกว่า
 
 
 
เจ้าตัวกลัดกระดุมที่ว่า ก็มีรูปร่างคล้ายแมลงปีกแข็ง เหมือนชื่อเค้าเลยค่ะ
 
ข้อดี ก็คือ ทำเล็บมาสวยๆ ไม่ต้องไปแหกห่วงเกี่ยวกระดุมให้เล็บพัง
 
 
 
มาดูวิธีใช้กันค่ะ
 
 
 
แทงก้านกระดุมเข้าไปในเสื้อตามปกติ
 
 
หมุนเจ้าปีกของตัวกลัดกระดุมขึ้น แล้วเอาก้านของมันจิ้มลงไป
 
 
กดตัวกลัดกระดุมลงจนสุด
 
 
หมุนปีกของตัวกลัดกระดุมลงเก็บตามเดิม
 
 
ใช้ง่ายๆแบบนี้
 
ข้อดีก็คือ ลดเวลาในการถอดและใส่กระดุมลงไปเยอะเลยค่ะ
 
 
มองดูด้านหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับใช้ห่วงกระดุม เสื้อก็ไม่ย่นค่ะ
 
 
 
แต่เจ้าตัว B-Bug ทำให้มีระยะห่างระหว่างเสื้อกับกระดุมน้อยลงมากๆ
 
เพราะใช้กับห่วงกระดุมมันมีห่างขนาดนี้เลย
 
V
V
 
ข้อดีของช่องว่างที่น้อยลงคือ ช่องโป๊ตรงหน้าอกมันเกิดได้ยากขึ้น
 
แต่ไม่ใช่ไม่เกิดนะ ถ้าเสื้อมันรัดนมมากๆมันก็มีช่องนั้นขึ้นมาอยู่ดี
 
แต่ข้อเสียมันทรมานเดี้ยนมาก ณ จุดนี้
 
คือตอนจะติดกระดุมติดยาก-ิบหายเลย
 
เพราะความห่างระหว่างเสื้อกกับกระดุมมันมีน้อยใช่ป่ะ
 
กว่าจะพยายามดึงมันลงไปในรังดุมได้นี่โคตรยากเลย
 
อยากให้ง่ายก็ต้องไปทะลวงรังดุมให้ใหญ่กว่าเก่า
 
แต่พอคราวหลังทำ B-Bug หายขึ้นมาแล้วแหละก็นะ
 
เราก็ต้องกลับมาใช้ห่วงเหมือนดิม
 
คราวนี้กระดุมก็จะหลวมพอใส่ไปในรังดุม ทำให้ติดแทบกระดุมไม่อยู่เลยTT^TT
 
ข้อเสียของเจ้า B-Bug อีกอย่างก็คือ
 
 
ป้าอยู่มาหลายปีแล้วค่ะ ก้านกระดุมป้ามันใช้งานหนัก มันก็เลยงอๆแบบนี้
 
มันใช้กับB-Bug ไม่ได้ พราะมันใส่ไม่เข้าค่ะ
 
ข้อเสียอีกอย่างที่จะเกิดกับคนขี้เกียจอย่างเดี้ยนคือ
 
เอาB-Bug ใส่เครื่องซักผ้าไม่ได้ มันจะหลุดและไปอุดตันเครื่องซักผ้าแน่ๆ
 
ส่วนห่วงกระดุมไม่ต้องห่วง เวลาอิ๋วขี้เกียจแกะกระดุมอิ๋วก็ใส่เครื่องเลย
 
มันไม่หลุดหายค่ะ (แต่มันไม่ควรเลียนแบบ นี่คือพฤติกรรมของคนขี้เกียจ)
 
สุดท้ายนี้ก็ลองชั่งใจกันเอาเองว่า ควรซื้อใช้มั๊ย ถึงมันไม่แพงก็นะ
 
สำหรับอิ๋วมันก็โอเคที่มันเร็ว เวลาตื่นสาย แล้วไม่ได้เตรียมเสื้อไว้
 
มันก็ช่วยลดเวลาได้มากเลย (แต่ส่วนใหญ่คือใส่เสื้อชอปไปเรียนเลยเร็วที่สุด)
 
พิกัดการซื้อ ศุนย์หนังสือจุฬา ขาย 30 บาท  ซีเอ้ตบุค ขาย 40 บาท
 
สุดท้ายนี้ก็ไม่มีอะไรจะฝากนอกจาก การแต่งกายดี เป็นการให้เกียรติสถาบันที่เราเรียนนะคะ
 
 
 

จากที่ได้อัพโหลดรูปทางแฟนเพจไว้เมื่อวาน

 

ว่าได้ไปเสียตัวที่วัตสันมา 55555

 

โดนไป 184 บาทเพราะงบน้อย

 

ได้แปรงยี่ห้อมารีนอตมา ราคา 53 บาทด้ามนึง เป็นขนแพะ

 

ลดจาก 70 กว่าบาทนี่มั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะคะ

 

แต่แปรงจะยังไม่ขอรีวิวแล้วกันเพราะต้องดูกันระยะยาวว่าดีมั๊ย

 

ถ้าดีก็จะไปโดนเพิ่ม จัดตัวเล็กมาก่อน ^^

 

ส่วนอายแชโดว์ ของ 4U2 นั้นเป็นของที่ใช้อยู่แล้ว

 

พาเลตที่ใช้ประจำคืออันนี้>http://oibeau.exteen.com/20120201/4u2-envy-eye-palette

 

แต่มนใกล้หมด + แมวทำหล่น มันเลยหมดทั้งพาเลตเลย

 

เลยไปโดนมาใหม่ เป็นช่วง 4U2 ลด 10% ทั้งเคาเตอร์

 

เลยได้เจ้า 4u2 dreamgirl reflection quattro eyeshadow

มาครอบครอง เพราะราคาเบาที่สุดในเคาเตอร์ 111 บาท (เลขสวยนะ)

 

+ราคาประมาณนี้เดี้ยนไม่ไว้ใจใครนอกจาก 4U2 จริงๆ

 

มาดูรีวิวกันเลยค่ะ

 

 

 

แพกเกจประมาณนี้ แลดูเป็นอายแชโดว์ของเล่นเด็กมะ 555555

 

แต่พาเลตเก่าของอิ๋วแมวทำหล่นสูงมากนะ ไม่เป็นไรเลย

 

แต่พอดีมันตกขณะที่อิ๋วเปิดฝามันไว้ ตกหน้าว่ำเลยจ้า

 

อายแชโดว์เลยแตกหมดเกลี้ยง แต่ตลับยังอยูดีมีสุขอยู่เลย

 

อันนี้ก็ขอให้แข็งแรงแบบรุ่นนั้นแล้วกันนะ (แต่ไม่กล้าทดสอบด้วยการทำตกหรอก)

 

 

 

ดูแบบแกะออกมาจากแพคแล้วเต็มๆดีกว่า (ขออภัย กล้องมือถือไม่ดี )

 

ดูเต็มๆแล้วดูเหมือนที่แต่งหน้าตุ๊กตาอ่ะ ชมพูแปร๋นเชียว

 

เวถาถือไปแต่งที่ไหนคงเปรี้ยวไม่หยอก กิกิ

 

 

ขนาด ประมาณนี้ สองนิ้วมือได้ค่ะ

 

สีเมื่อมองจากตลับค่ะ

 

สีเบอร์ 04 เป็นโทนสโมกกี้ค่ะ

 

สวอชค่ะ

 

เม็ดสีแน่นตามสไตล์ 4U2 นะคะ ไม่ผิดหวัง เนื้อนุ่มดี

 

ไม่ร่วนเป็นผงเท่าไร มีร่วงนิดหน่อยเวลาทา

 

( ตลับเป็นพันก็ยังมีร่วงเหอะ อย่าว่าเลย )

 

 

 

เป็นอายแชโดว์แนะนำเลยสำหรับคนงบน้อยแต่อยากได้อายแชโดว์สีแน่นๆดีๆกับเค้าบ้าง

 

แนะนำอีกตัวนึงค่ะ ไม่แพงแต่เริ่ดเวอร์จริงๆ